counter 11,572

เรื่องราวของคำว่าเพื่อนสนิท

เพื่อนสนิทของฉัน..ไม่จำเป็น
ต้องเป็นเพศเดียวกันเสมอไป..
เพียงแค่เป็นใครๆที่เปิดใจ..
พร้อมที่จะดูแลต้นไม้แห่งมิตรภาพ.
ขณะที่ยอมรับว่าความสนิทสนมของเพื่อนต่างเพศกันนั้น..
ย่อมมีกฎบางอย่างที่เราต้องเคารพ.
และมีข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้เราไม่สามารถสนิทสนมกันได้มากเท่ากับเพื่อนเพศเดียวกัน

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงนั้นเสมอ
ยามที่ฉันต้องการ..
เพียงแค่อยู่ในความทรงจำ..
เอาไว้ให้นึกถึงมาเป็นกำลังใจ
ในการก้าวต่อไป

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องพบกันเป็นประจำ..เพียงแค่ฉันมองจากภาพถ่าย..
แล้วความทรงจำต่างๆ ระหว่างเรา
ก็จะทำให้ฉันมีความสุข..ยิ้ม
หรือหัวเราะได้

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องโทรคุยกันทุกวัน..เพียงแค่เมื่อเวลาผ่านไปแสนนาน..
เมื่อได้มีโอกาสโทรหากันอีกครั้ง..เรายังสามารถมีเรื่องราวมาแบ่งปัน
แก่กันและกันได้เหมือนวันก่อน

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องทานข้าว
ด้วยกันบ่อยๆ .
เพียงแค่ในวันที่เราได้กลับมาทานข้าวด้วยกันอีกครั้ง..
แม้จะมีช่วงเวลาของความเงียบ..
ในความเงียบงันนั้นก็จะเป็นเวลาที่เราซึมซับในตัวตนของกันและกัน..
ตระหนักว่ากาลเวลา
แม้จะทำให้สิ่งต่างๆ
เปลี่ยนแปลงไป..แต่มิตรภาพระหว่างเรายังคงอยู่

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นจะต้อง
หาโอกาสมาทำกิจกรรวลาว่าง..
เพียงแค่ยามที่ต่างคนต่างทำกิจกรรมกับคนอื่นอยู่นั้น.. ยังนึกถึง
กันและกันบางหนที่กิจกรรมนั้นๆ
เป็นกิจกรรมที่รู้ว่าเราคนใดคนหนึ่งชอบหรือมีความถนัดเป็นพิเศษ

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องชอบสิ่งใดๆ
ก็ตามเหมือนกัน..เพียงแค่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง..
เราจะเลือกโดยใช้เหตุผลของความเป็นเพื่อน..
ทำให้สามารถพอใจกันทั้งสองฝ่าย

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องเป็นคนสำคัญ
ในกลุ่มคนหมู่มาก..
เพียงแค่เป็นคนสำคัญ..
ในใจของฉัน

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องมีฉันเป็นเพื่อน
เพียงผู้เดียว.
เพียงแค่อยากให้รู้ไว้ว่าฉันมั่นใจในความเป็นเพื่อนระหว่างเรามาก..
มากจนไม่มีการระแวง
หรือการน้อยใจใดๆ..
หากเพื่อนสนิทของฉันจะ
ไปใช้เวลากับคนอื่นๆในชีวิต..มากกว่าที่ใช้เวลากับฉัน

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ใกล้กัน..
เพียงแค่เมื่ออยู่ไกลกัน..
เรายังคงนึกถึงกันและกันในบางเวลา

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นจะต้องรู้เรื่องทุกอย่าง
ของกันและกัน..
เพียงแค่รู้เรื่องทุกอย่างที่เราตัดสินใจแล้วว่าจะนำมาแบ่งปัน
ซึ่งกันและกัน..
แม้ว่าเรื่องนั้น..จะเป็นแค่เสี้ยวหนึ่งในเรื่องราวชีวิต
อันมากมายมหาศาลของเราก็ตาม

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องทนนิสัย
ทั้งหมดของฉัน..
เพียงแค่บอกฉันใัว..
และพร้อมที่จะรับฟังในสิ่ง
ที่ฉันอธิบาย
หรือบอกให้ปรับปรุงตัวบ้าง

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง
ให้เหมือนใครๆ
ด้วยหวังว่าจะทำให้ตัวเองดูดีขึ้น
เพียงแค่เป็นตัวของตัวเองอย่างที่เป็นเมื่อเราคบกันในตอนแรก..
ก็ดีที่สุดแล้ว

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นที่ฉันจะต้อง
เป็นเพื่อนสนิทของเขา..
เพราะคนเราต้องมีบ้าง
ที่คิดไม่เหมือนกัน..
เพียงแค่อยากให้พวกเขารับรู้ในมิตรภาพที่ฉันมีให้..
แม้ไม่มากพอที่จะมีค่าสำหรับเขา..
แต่มันมีค่าเหลือเกินสำหรับตัวฉัน
ที่เต็มใจจะมอบให้ใครๆ ..
ฉันได้แต่หวังเพียงว่า..
ฉันจะเป็นเพื่อนสนิท
ของเพื่อนสนิทของฉัน..

เรื่องราวของคำว่าเพื่อนสนิท

เพื่อนสนิทของฉัน..ไม่จำเป็น
ต้องเป็นเพศเดียวกันเสมอไป..
เพียงแค่เป็นใครๆที่เปิดใจ..
พร้อมที่จะดูแลต้นไม้แห่งมิตรภาพ.
ขณะที่ยอมรับว่าความสนิทสนมของเพื่อนต่างเพศกันนั้น..
ย่อมมีกฎบางอย่างที่เราต้องเคารพ.
และมีข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้เราไม่สามารถสนิทสนมกันได้มากเท่ากับเพื่อนเพศเดียวกัน

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงนั้นเสมอ
ยามที่ฉันต้องการ..
เพียงแค่อยู่ในความทรงจำ..
เอาไว้ให้นึกถึงมาเป็นกำลังใจ
ในการก้าวต่อไป

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องพบกันเป็นประจำ..เพียงแค่ฉันมองจากภาพถ่าย..
แล้วความทรงจำต่างๆ ระหว่างเรา
ก็จะทำให้ฉันมีความสุข..ยิ้ม
หรือหัวเราะได้

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องโทรคุยกันทุกวัน..เพียงแค่เมื่อเวลาผ่านไปแสนนาน..
เมื่อได้มีโอกาสโทรหากันอีกครั้ง..เรายังสามารถมีเรื่องราวมาแบ่งปัน
แก่กันและกันได้เหมือนวันก่อน

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องทานข้าว
ด้วยกันบ่อยๆ .
เพียงแค่ในวันที่เราได้กลับมาทานข้าวด้วยกันอีกครั้ง..
แม้จะมีช่วงเวลาของความเงียบ..
ในความเงียบงันนั้นก็จะเป็นเวลาที่เราซึมซับในตัวตนของกันและกัน..
ตระหนักว่ากาลเวลา
แม้จะทำให้สิ่งต่างๆ
เปลี่ยนแปลงไป..แต่มิตรภาพระหว่างเรายังคงอยู่

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นจะต้อง
หาโอกาสมาทำกิจกรรวลาว่าง..
เพียงแค่ยามที่ต่างคนต่างทำกิจกรรมกับคนอื่นอยู่นั้น.. ยังนึกถึง
กันและกันบางหนที่กิจกรรมนั้นๆ
เป็นกิจกรรมที่รู้ว่าเราคนใดคนหนึ่งชอบหรือมีความถนัดเป็นพิเศษ

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องชอบสิ่งใดๆ
ก็ตามเหมือนกัน..เพียงแค่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง..
เราจะเลือกโดยใช้เหตุผลของความเป็นเพื่อน..
ทำให้สามารถพอใจกันทั้งสองฝ่าย

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องเป็นคนสำคัญ
ในกลุ่มคนหมู่มาก..
เพียงแค่เป็นคนสำคัญ..
ในใจของฉัน

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องมีฉันเป็นเพื่อน
เพียงผู้เดียว.
เพียงแค่อยากให้รู้ไว้ว่าฉันมั่นใจในความเป็นเพื่อนระหว่างเรามาก..
มากจนไม่มีการระแวง
หรือการน้อยใจใดๆ..
หากเพื่อนสนิทของฉันจะ
ไปใช้เวลากับคนอื่นๆในชีวิต..มากกว่าที่ใช้เวลากับฉัน

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ใกล้กัน..
เพียงแค่เมื่ออยู่ไกลกัน..
เรายังคงนึกถึงกันและกันในบางเวลา

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นจะต้องรู้เรื่องทุกอย่าง
ของกันและกัน..
เพียงแค่รู้เรื่องทุกอย่างที่เราตัดสินใจแล้วว่าจะนำมาแบ่งปัน
ซึ่งกันและกัน..
แม้ว่าเรื่องนั้น..จะเป็นแค่เสี้ยวหนึ่งในเรื่องราวชีวิต
อันมากมายมหาศาลของเราก็ตาม

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องทนนิสัย
ทั้งหมดของฉัน..
เพียงแค่บอกฉันใัว..
และพร้อมที่จะรับฟังในสิ่ง
ที่ฉันอธิบาย
หรือบอกให้ปรับปรุงตัวบ้าง

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง
ให้เหมือนใครๆ
ด้วยหวังว่าจะทำให้ตัวเองดูดีขึ้น
เพียงแค่เป็นตัวของตัวเองอย่างที่เป็นเมื่อเราคบกันในตอนแรก..
ก็ดีที่สุดแล้ว

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นที่ฉันจะต้อง
เป็นเพื่อนสนิทของเขา..
เพราะคนเราต้องมีบ้าง
ที่คิดไม่เหมือนกัน..
เพียงแค่อยากให้พวกเขารับรู้ในมิตรภาพที่ฉันมีให้..
แม้ไม่มากพอที่จะมีค่าสำหรับเขา..
แต่มันมีค่าเหลือเกินสำหรับตัวฉัน
ที่เต็มใจจะมอบให้ใครๆ ..
ฉันได้แต่หวังเพียงว่า..
ฉันจะเป็นเพื่อนสนิท
ของเพื่อนสนิทของฉัน..

เรื่องราวดีดีจาก...อียอร์

อียอร์

มันก็แค่ลาแก่สีฟ้า เป็นลาที่เชื่องช้า

งุ่นง่าน มักยืนอยู่ตามลำพัง

ที่ใต้ต้นไม้ ข้างลำธาร แล้วมันก็คิดอะไร

ต่อมิอะไรไปเรื่อยๆ มันก็แค่ตัวประกอบ

ธรรมดา ไม่โดดเด่น

แต่การที่มันธรรมดาแบบนี้

ทำให้คนเราสนใจในตัวมัน

การที่เราชอบมัน

อาจจะเป็นเพราะ...

เวลามองมัน เหมือนกับมองตัวเองอยู่ละมั้ง

ณ ปัจจุบันนี้...

เฮ้อ... เซ็ง น่าเบื่อ มากกกมายย

กุมีเรื่อง... จะเล่าให้ฟัง

ไม่ใช่สิต้อง จะพิมพ์ให้อ่าน อิอิ...

วันหนึ่ง วันนั้น วันที่พระอาทิตย์ตกดินแล้ว

ท้องฟ้าเริ่มปกคลุมด้วยเมฆที่มืดสนิท

เวลาประมาณ 4 ทุ่มตรง

เป็นเวลาที่ควรค่าแก่การพักผ่อนและนอนหลับ

แต่ทว่ามีเด็กผู้หญิง 2 คนยังไม่เข้าห้องนอน

คนแรกเธอชื่อว่า น้องโหนก เป็นเด็กที่ขยัน

อีกคนหนึ่งชื่อ หนูจิว เป็นเด็กที่เกือบจะขยัน

ในเวลานั้นโหนกเพิ่งจะทำการบ้านเสร็จ

เธอจึงจะไปอาบน้ำ ส่วนจิวก็กำลังล้างจานอยู่

เมื่อน้องโหนกเข้าไปในห้องน้ำเธอได้พบกับ

สิ่งที่ไม่คาดฝันขึ้น แต่เธอไม่กลัว

เธอได้เรียก หนูจิว ที่อยู่หลังบ้านมาดู

หนูจิวจึงไปดู เธอจึงพบสิ่งนั้นเข้า

มันทำให้เธอตกใจและกลัวอย่างมาก

เธอไม่กล้าเข้าไปใกล้มัน เพราะเธอเกลียดมัน

น้องโหนกอยากอาบน้ำมาก จึงวานให้หนูจิว

คอยดูไว้อย่าให้มันเข้าใกล้ห้องน้ำ เพื่อเพื่อน

เธอจึงคอยดูมันไว้ แต่เมื่อไรที่มันเข้าใกล้

เธอจะวิ่งไปยืนบนเก้าอี้ทันที

และเสียงกรี๊ดของเธอก็ทำให้ป้าบ้านติดกัน

มาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ป้าจึงกำจัดมันให้

จึงทำให้หนูจิว โล่งอกและรู้สึกดีเป็นอย่างมาก

และน้องโหนกก็อาบน้ำได้อย่างมีความสุข

จบ...

<<<เฉลย>>>

สิ่งนั้นคือ แมลงสาบ <ยี้ๆๆๆๆๆๆ>

 น้องโหนก คือ ...

หนูจิว คือ...

ลองเดาดูดิ

ข้อคิดจากเรื่องนี้ 

อย่ามีแมลงสาบไว้ในบ้านเด็ดขาด

<แต่ถ้าชอบจะเลี้ยงไว้ก็ไม่มีปัญหา
เป็นสิทธิส่วนบุคคล>


พี กะ เอส

กุรักโลกนี้มากมาย

โลกที่เต็มไปด้วย

สิ่งสวยงาม สิ่งโสมม

ความดี ความชั่ว

ความรัก ความหลง

ฯลฯ

แต่กุก็ดีใจที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์บนโลกใบนี้

แม้กุจะไม่ได้เพรียบพร้อมไปซะทุกเรื่อง

ขอบคุณพระเจ้า

ที่ทำให้ฉันเกิดมาเป็นบ่าวของพระองค์

< อียอร์

ถึงแม้มันจะขี้เหร่ โง่ เชื่องช้า

แต่มันก็มีเพื่อนดีดี อย่างหมีพูห์

พิกเล็ท และทิกเกอร์

กุก็เหมือน อียอร์

กุดีใจมากกกมายยย

ที่ได้มีโอกาสเจอเพื่อนเพื่อนอย่างนี้ >






เรื่องราวของคำว่าเพื่อนสนิท

เพื่อนสนิทของฉัน..ไม่จำเป็น
ต้องเป็นเพศเดียวกันเสมอไป..
เพียงแค่เป็นใครๆที่เปิดใจ..
พร้อมที่จะดูแลต้นไม้แห่งมิตรภาพ.
ขณะที่ยอมรับว่าความสนิทสนมของเพื่อนต่างเพศกันนั้น..
ย่อมมีกฎบางอย่างที่เราต้องเคารพ.
และมีข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้เราไม่สามารถสนิทสนมกันได้มากเท่ากับเพื่อนเพศเดียวกัน

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงนั้นเสมอ
ยามที่ฉันต้องการ..
เพียงแค่อยู่ในความทรงจำ..
เอาไว้ให้นึกถึงมาเป็นกำลังใจ
ในการก้าวต่อไป

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องพบกันเป็นประจำ..เพียงแค่ฉันมองจากภาพถ่าย..
แล้วความทรงจำต่างๆ ระหว่างเรา
ก็จะทำให้ฉันมีความสุข..ยิ้ม
หรือหัวเราะได้

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องโทรคุยกันทุกวัน..เพียงแค่เมื่อเวลาผ่านไปแสนนาน..
เมื่อได้มีโอกาสโทรหากันอีกครั้ง..เรายังสามารถมีเรื่องราวมาแบ่งปัน
แก่กันและกันได้เหมือนวันก่อน

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องทานข้าว
ด้วยกันบ่อยๆ .
เพียงแค่ในวันที่เราได้กลับมาทานข้าวด้วยกันอีกครั้ง..
แม้จะมีช่วงเวลาของความเงียบ..
ในความเงียบงันนั้นก็จะเป็นเวลาที่เราซึมซับในตัวตนของกันและกัน..
ตระหนักว่ากาลเวลา
แม้จะทำให้สิ่งต่างๆ
เปลี่ยนแปลงไป..แต่มิตรภาพระหว่างเรายังคงอยู่

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นจะต้อง
หาโอกาสมาทำกิจกรรวลาว่าง..
เพียงแค่ยามที่ต่างคนต่างทำกิจกรรมกับคนอื่นอยู่นั้น.. ยังนึกถึง
กันและกันบางหนที่กิจกรรมนั้นๆ
เป็นกิจกรรมที่รู้ว่าเราคนใดคนหนึ่งชอบหรือมีความถนัดเป็นพิเศษ

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องชอบสิ่งใดๆ
ก็ตามเหมือนกัน..เพียงแค่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง..
เราจะเลือกโดยใช้เหตุผลของความเป็นเพื่อน..
ทำให้สามารถพอใจกันทั้งสองฝ่าย

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องเป็นคนสำคัญ
ในกลุ่มคนหมู่มาก..
เพียงแค่เป็นคนสำคัญ..
ในใจของฉัน

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องมีฉันเป็นเพื่อน
เพียงผู้เดียว.
เพียงแค่อยากให้รู้ไว้ว่าฉันมั่นใจในความเป็นเพื่อนระหว่างเรามาก..
มากจนไม่มีการระแวง
หรือการน้อยใจใดๆ..
หากเพื่อนสนิทของฉันจะ
ไปใช้เวลากับคนอื่นๆในชีวิต..มากกว่าที่ใช้เวลากับฉัน

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ใกล้กัน..
เพียงแค่เมื่ออยู่ไกลกัน..
เรายังคงนึกถึงกันและกันในบางเวลา

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นจะต้องรู้เรื่องทุกอย่าง
ของกันและกัน..
เพียงแค่รู้เรื่องทุกอย่างที่เราตัดสินใจแล้วว่าจะนำมาแบ่งปัน
ซึ่งกันและกัน..
แม้ว่าเรื่องนั้น..จะเป็นแค่เสี้ยวหนึ่งในเรื่องราวชีวิต
อันมากมายมหาศาลของเราก็ตาม

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องทนนิสัย
ทั้งหมดของฉัน..
เพียงแค่บอกฉันใัว..
และพร้อมที่จะรับฟังในสิ่ง
ที่ฉันอธิบาย
หรือบอกให้ปรับปรุงตัวบ้าง

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง
ให้เหมือนใครๆ
ด้วยหวังว่าจะทำให้ตัวเองดูดีขึ้น
เพียงแค่เป็นตัวของตัวเองอย่างที่เป็นเมื่อเราคบกันในตอนแรก..
ก็ดีที่สุดแล้ว

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นที่ฉันจะต้อง
เป็นเพื่อนสนิทของเขา..
เพราะคนเราต้องมีบ้าง
ที่คิดไม่เหมือนกัน..
เพียงแค่อยากให้พวกเขารับรู้ในมิตรภาพที่ฉันมีให้..
แม้ไม่มากพอที่จะมีค่าสำหรับเขา..
แต่มันมีค่าเหลือเกินสำหรับตัวฉัน
ที่เต็มใจจะมอบให้ใครๆ ..
ฉันได้แต่หวังเพียงว่า..
ฉันจะเป็นเพื่อนสนิท
ของเพื่อนสนิทของฉัน..

เรื่องราวดีดีจาก...อียอร์

อียอร์

มันก็แค่ลาแก่สีฟ้า เป็นลาที่เชื่องช้า

งุ่นง่าน มักยืนอยู่ตามลำพัง

ที่ใต้ต้นไม้ ข้างลำธาร แล้วมันก็คิดอะไร

ต่อมิอะไรไปเรื่อยๆ มันก็แค่ตัวประกอบ

ธรรมดา ไม่โดดเด่น

แต่การที่มันธรรมดาแบบนี้

ทำให้คนเราสนใจในตัวมัน

การที่เราชอบมัน

อาจจะเป็นเพราะ...

เวลามองมัน เหมือนกับมองตัวเองอยู่ละมั้ง

ณ ปัจจุบันนี้...

เฮ้อ... เซ็ง น่าเบื่อ มากกกมายย

กุมีเรื่อง... จะเล่าให้ฟัง

ไม่ใช่สิต้อง จะพิมพ์ให้อ่าน อิอิ...

วันหนึ่ง วันนั้น วันที่พระอาทิตย์ตกดินแล้ว

ท้องฟ้าเริ่มปกคลุมด้วยเมฆที่มืดสนิท

เวลาประมาณ 4 ทุ่มตรง

เป็นเวลาที่ควรค่าแก่การพักผ่อนและนอนหลับ

แต่ทว่ามีเด็กผู้หญิง 2 คนยังไม่เข้าห้องนอน

คนแรกเธอชื่อว่า น้องโหนก เป็นเด็กที่ขยัน

อีกคนหนึ่งชื่อ หนูจิว เป็นเด็กที่เกือบจะขยัน

ในเวลานั้นโหนกเพิ่งจะทำการบ้านเสร็จ

เธอจึงจะไปอาบน้ำ ส่วนจิวก็กำลังล้างจานอยู่

เมื่อน้องโหนกเข้าไปในห้องน้ำเธอได้พบกับ

สิ่งที่ไม่คาดฝันขึ้น แต่เธอไม่กลัว

เธอได้เรียก หนูจิว ที่อยู่หลังบ้านมาดู

หนูจิวจึงไปดู เธอจึงพบสิ่งนั้นเข้า

มันทำให้เธอตกใจและกลัวอย่างมาก

เธอไม่กล้าเข้าไปใกล้มัน เพราะเธอเกลียดมัน

น้องโหนกอยากอาบน้ำมาก จึงวานให้หนูจิว

คอยดูไว้อย่าให้มันเข้าใกล้ห้องน้ำ เพื่อเพื่อน

เธอจึงคอยดูมันไว้ แต่เมื่อไรที่มันเข้าใกล้

เธอจะวิ่งไปยืนบนเก้าอี้ทันที

และเสียงกรี๊ดของเธอก็ทำให้ป้าบ้านติดกัน

มาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ป้าจึงกำจัดมันให้

จึงทำให้หนูจิว โล่งอกและรู้สึกดีเป็นอย่างมาก

และน้องโหนกก็อาบน้ำได้อย่างมีความสุข

จบ...

<<<เฉลย>>>

สิ่งนั้นคือ แมลงสาบ <ยี้ๆๆๆๆๆๆ>

 น้องโหนก คือ ...

หนูจิว คือ...

ลองเดาดูดิ

ข้อคิดจากเรื่องนี้ 

อย่ามีแมลงสาบไว้ในบ้านเด็ดขาด

<แต่ถ้าชอบจะเลี้ยงไว้ก็ไม่มีปัญหา
เป็นสิทธิส่วนบุคคล>


พี กะ เอส

กุรักโลกนี้มากมาย

โลกที่เต็มไปด้วย

สิ่งสวยงาม สิ่งโสมม

ความดี ความชั่ว

ความรัก ความหลง

ฯลฯ

แต่กุก็ดีใจที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์บนโลกใบนี้

แม้กุจะไม่ได้เพรียบพร้อมไปซะทุกเรื่อง

ขอบคุณพระเจ้า

ที่ทำให้ฉันเกิดมาเป็นบ่าวของพระองค์

< อียอร์

ถึงแม้มันจะขี้เหร่ โง่ เชื่องช้า

แต่มันก็มีเพื่อนดีดี อย่างหมีพูห์

พิกเล็ท และทิกเกอร์

กุก็เหมือน อียอร์

กุดีใจมากกกมายยย

ที่ได้มีโอกาสเจอเพื่อนเพื่อนอย่างนี้ >






เรื่องราวที่ควรจะ...

อืม...อ่ะนะ

ตอนนี้กุกลายเป็นคนขี้สงสัยซะแล้วสิ

อยากจะรุไปหมด เหมือนเด็กๆเลย^_^

ก้อนะ..มีเรื่องอยากจะถามทุกๆคนที่เข้ามานะ

ถ้าเพื่อนในกลุ่มทะเลาะกัน

ถ้าเพื่อนโกรธกัน

ถ้าเพื่อนเกลียดกัน

ถ้าเพื่อนไม่พูดกัน

ถ้าเพื่อสนิทของกุ2คนไม่อาจอยู่ด้วยกันได้

จะทำยังไงดี

ยังไม่หมดมีอีก มีอีก

ถ้าเพื่อนอยู่เคียงข้างกุเพราะไม่รุจะไปไหน

ถ้าเพื่อนมาหากุเพราะไม่รุจะทำอะไร

ถ้าเพื่อนคุยกับกุเพราะมีเรื่องอยากให้ช่วย

ถ้าเพื่อนทำดีกับกุเพราะอยากประชดคนอื่น

ถ้าเพื่อนโทรมาหากุเพราะไม่รุจะคุยกับใคร

ถ้าเพื่อนทำแบบนี้เรียกว่าเป็นเพื่อนที่ดีรึป่าว

เกือบลืม

ถ้าเพื่อนไม่เคยทำอะไรเพื่อกุด้วยความจริงใจเลย

.........

ก้อไม่ต้องสงสัยหรอกนะว่าเป็นใคร

เพื่อนคนนี้อาจจะมีอยู่จริงหรือไม่จริงก้อได้

ก้อลองเดาเอาเองนะ

แต่เชื่อว่าเพื่อนแบบนี่มีอยู่บนโลกนี้อย่างแน่นอน

ใครสามารถให้คำนิยามคำว่า"เพื่อนแท้"ได้บ้าง

อยากรุว่า"เพื่อนแท้"สำหรับคนอื่นๆเป็นยังไง

แต่ถ้าสำหรับกุ"เพื่อนแท้"

คือ คนที่อยู่เคียงข้างกุเวลากุเหงา

คนที่ชวนกุทำแต่สิ่งดีๆและเตือนกุเวลากุทำผิด

คนที่ฟังคำเตือนและยอมรับความหวังดีจากกุ

คนที่ช่วยเหลือกุเวลากุเดือดร้อนและเวลากุเหนื่อย

คนที่เมื่อมีปัญหาก้อจะมาปรึกษากุเป็นคนแรก

และ

คนที่พูดบ่อยๆกับกุว่า

"ไม่เป็นไร ก้อเราเพื่อนกัน"

แค่นี้กุก้อพอใจแล้ว

แต่อาจจะมากไปก้อได้นะ

ตอนนี้กุก้อไม่รุหรอกนะว่าใครเป็นเพื่อนแท้ของกุ

และกุเป็นเพื่อนแท้ของใคร

กุรุแต่ว่าคนที่กุเรียกว่าเพื่อน

กุรักหมดทุกคน

ครั้งนี้ไม่ลงรูปนะ ขี้เกียจ

ถ้าไงก้ออาจจบแล้ว ตอบได้ก้อตอบนะ

<เอ่อ...ตอนนี่กุกำลังอยู่ในอารม Sad อ่ะนะ>

พี กะ เอส

ร้ากกกกกกกกกกกกกก

ครอบครัว

ร้ากกกกกกกกกกกกกก

เพื่อนๆทุกคน

ร้ากกกกกกกกกกกกกกก

...<คนคนหนึ่งที่...>

เรื่องราวของคำว่าเพื่อนสนิท

เพื่อนสนิทของฉัน..ไม่จำเป็น
ต้องเป็นเพศเดียวกันเสมอไป..
เพียงแค่เป็นใครๆที่เปิดใจ..
พร้อมที่จะดูแลต้นไม้แห่งมิตรภาพ.
ขณะที่ยอมรับว่าความสนิทสนมของเพื่อนต่างเพศกันนั้น..
ย่อมมีกฎบางอย่างที่เราต้องเคารพ.
และมีข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้เราไม่สามารถสนิทสนมกันได้มากเท่ากับเพื่อนเพศเดียวกัน

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงนั้นเสมอ
ยามที่ฉันต้องการ..
เพียงแค่อยู่ในความทรงจำ..
เอาไว้ให้นึกถึงมาเป็นกำลังใจ
ในการก้าวต่อไป

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องพบกันเป็นประจำ..เพียงแค่ฉันมองจากภาพถ่าย..
แล้วความทรงจำต่างๆ ระหว่างเรา
ก็จะทำให้ฉันมีความสุข..ยิ้ม
หรือหัวเราะได้

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องโทรคุยกันทุกวัน..เพียงแค่เมื่อเวลาผ่านไปแสนนาน..
เมื่อได้มีโอกาสโทรหากันอีกครั้ง..เรายังสามารถมีเรื่องราวมาแบ่งปัน
แก่กันและกันได้เหมือนวันก่อน

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องทานข้าว
ด้วยกันบ่อยๆ .
เพียงแค่ในวันที่เราได้กลับมาทานข้าวด้วยกันอีกครั้ง..
แม้จะมีช่วงเวลาของความเงียบ..
ในความเงียบงันนั้นก็จะเป็นเวลาที่เราซึมซับในตัวตนของกันและกัน..
ตระหนักว่ากาลเวลา
แม้จะทำให้สิ่งต่างๆ
เปลี่ยนแปลงไป..แต่มิตรภาพระหว่างเรายังคงอยู่

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นจะต้อง
หาโอกาสมาทำกิจกรรวลาว่าง..
เพียงแค่ยามที่ต่างคนต่างทำกิจกรรมกับคนอื่นอยู่นั้น.. ยังนึกถึง
กันและกันบางหนที่กิจกรรมนั้นๆ
เป็นกิจกรรมที่รู้ว่าเราคนใดคนหนึ่งชอบหรือมีความถนัดเป็นพิเศษ

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องชอบสิ่งใดๆ
ก็ตามเหมือนกัน..เพียงแค่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง..
เราจะเลือกโดยใช้เหตุผลของความเป็นเพื่อน..
ทำให้สามารถพอใจกันทั้งสองฝ่าย

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องเป็นคนสำคัญ
ในกลุ่มคนหมู่มาก..
เพียงแค่เป็นคนสำคัญ..
ในใจของฉัน

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องมีฉันเป็นเพื่อน
เพียงผู้เดียว.
เพียงแค่อยากให้รู้ไว้ว่าฉันมั่นใจในความเป็นเพื่อนระหว่างเรามาก..
มากจนไม่มีการระแวง
หรือการน้อยใจใดๆ..
หากเพื่อนสนิทของฉันจะ
ไปใช้เวลากับคนอื่นๆในชีวิต..มากกว่าที่ใช้เวลากับฉัน

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ใกล้กัน..
เพียงแค่เมื่ออยู่ไกลกัน..
เรายังคงนึกถึงกันและกันในบางเวลา

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นจะต้องรู้เรื่องทุกอย่าง
ของกันและกัน..
เพียงแค่รู้เรื่องทุกอย่างที่เราตัดสินใจแล้วว่าจะนำมาแบ่งปัน
ซึ่งกันและกัน..
แม้ว่าเรื่องนั้น..จะเป็นแค่เสี้ยวหนึ่งในเรื่องราวชีวิต
อันมากมายมหาศาลของเราก็ตาม

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องทนนิสัย
ทั้งหมดของฉัน..
เพียงแค่บอกฉันใัว..
และพร้อมที่จะรับฟังในสิ่ง
ที่ฉันอธิบาย
หรือบอกให้ปรับปรุงตัวบ้าง

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง
ให้เหมือนใครๆ
ด้วยหวังว่าจะทำให้ตัวเองดูดีขึ้น
เพียงแค่เป็นตัวของตัวเองอย่างที่เป็นเมื่อเราคบกันในตอนแรก..
ก็ดีที่สุดแล้ว

เพื่อนสนิทของฉัน..
ไม่จำเป็นที่ฉันจะต้อง
เป็นเพื่อนสนิทของเขา..
เพราะคนเราต้องมีบ้าง
ที่คิดไม่เหมือนกัน..
เพียงแค่อยากให้พวกเขารับรู้ในมิตรภาพที่ฉันมีให้..
แม้ไม่มากพอที่จะมีค่าสำหรับเขา..
แต่มันมีค่าเหลือเกินสำหรับตัวฉัน
ที่เต็มใจจะมอบให้ใครๆ ..
ฉันได้แต่หวังเพียงว่า..
ฉันจะเป็นเพื่อนสนิท
ของเพื่อนสนิทของฉัน..

เรื่องราวดีดีจาก...อียอร์

อียอร์

มันก็แค่ลาแก่สีฟ้า เป็นลาที่เชื่องช้า

งุ่นง่าน มักยืนอยู่ตามลำพัง

ที่ใต้ต้นไม้ ข้างลำธาร แล้วมันก็คิดอะไร

ต่อมิอะไรไปเรื่อยๆ มันก็แค่ตัวประกอบ

ธรรมดา ไม่โดดเด่น

แต่การที่มันธรรมดาแบบนี้

ทำให้คนเราสนใจในตัวมัน

การที่เราชอบมัน

อาจจะเป็นเพราะ...

เวลามองมัน เหมือนกับมองตัวเองอยู่ละมั้ง

ณ ปัจจุบันนี้...

เฮ้อ... เซ็ง น่าเบื่อ มากกกมายย

กุมีเรื่อง... จะเล่าให้ฟัง

ไม่ใช่สิต้อง จะพิมพ์ให้อ่าน อิอิ...

วันหนึ่ง วันนั้น วันที่พระอาทิตย์ตกดินแล้ว

ท้องฟ้าเริ่มปกคลุมด้วยเมฆที่มืดสนิท

เวลาประมาณ 4 ทุ่มตรง

เป็นเวลาที่ควรค่าแก่การพักผ่อนและนอนหลับ

แต่ทว่ามีเด็กผู้หญิง 2 คนยังไม่เข้าห้องนอน

คนแรกเธอชื่อว่า น้องโหนก เป็นเด็กที่ขยัน

อีกคนหนึ่งชื่อ หนูจิว เป็นเด็กที่เกือบจะขยัน

ในเวลานั้นโหนกเพิ่งจะทำการบ้านเสร็จ

เธอจึงจะไปอาบน้ำ ส่วนจิวก็กำลังล้างจานอยู่

เมื่อน้องโหนกเข้าไปในห้องน้ำเธอได้พบกับ

สิ่งที่ไม่คาดฝันขึ้น แต่เธอไม่กลัว

เธอได้เรียก หนูจิว ที่อยู่หลังบ้านมาดู

หนูจิวจึงไปดู เธอจึงพบสิ่งนั้นเข้า

มันทำให้เธอตกใจและกลัวอย่างมาก

เธอไม่กล้าเข้าไปใกล้มัน เพราะเธอเกลียดมัน

น้องโหนกอยากอาบน้ำมาก จึงวานให้หนูจิว

คอยดูไว้อย่าให้มันเข้าใกล้ห้องน้ำ เพื่อเพื่อน

เธอจึงคอยดูมันไว้ แต่เมื่อไรที่มันเข้าใกล้

เธอจะวิ่งไปยืนบนเก้าอี้ทันที

และเสียงกรี๊ดของเธอก็ทำให้ป้าบ้านติดกัน

มาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ป้าจึงกำจัดมันให้

จึงทำให้หนูจิว โล่งอกและรู้สึกดีเป็นอย่างมาก

และน้องโหนกก็อาบน้ำได้อย่างมีความสุข

จบ...

<<<เฉลย>>>

สิ่งนั้นคือ แมลงสาบ <ยี้ๆๆๆๆๆๆ>

 น้องโหนก คือ ...

หนูจิว คือ...

ลองเดาดูดิ

ข้อคิดจากเรื่องนี้ 

อย่ามีแมลงสาบไว้ในบ้านเด็ดขาด

<แต่ถ้าชอบจะเลี้ยงไว้ก็ไม่มีปัญหา
เป็นสิทธิส่วนบุคคล>


พี กะ เอส

กุรักโลกนี้มากมาย

โลกที่เต็มไปด้วย

สิ่งสวยงาม สิ่งโสมม

ความดี ความชั่ว

ความรัก ความหลง

ฯลฯ

แต่กุก็ดีใจที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์บนโลกใบนี้

แม้กุจะไม่ได้เพรียบพร้อมไปซะทุกเรื่อง

ขอบคุณพระเจ้า

ที่ทำให้ฉันเกิดมาเป็นบ่าวของพระองค์

< อียอร์

ถึงแม้มันจะขี้เหร่ โง่ เชื่องช้า

แต่มันก็มีเพื่อนดีดี อย่างหมีพูห์

พิกเล็ท และทิกเกอร์

กุก็เหมือน อียอร์

กุดีใจมากกกมายยย

ที่ได้มีโอกาสเจอเพื่อนเพื่อนอย่างนี้ >






เรื่องราวที่ควรจะ...

อืม...อ่ะนะ

ตอนนี้กุกลายเป็นคนขี้สงสัยซะแล้วสิ

อยากจะรุไปหมด เหมือนเด็กๆเลย^_^

ก้อนะ..มีเรื่องอยากจะถามทุกๆคนที่เข้ามานะ

ถ้าเพื่อนในกลุ่มทะเลาะกัน

ถ้าเพื่อนโกรธกัน

ถ้าเพื่อนเกลียดกัน

ถ้าเพื่อนไม่พูดกัน

ถ้าเพื่อสนิทของกุ2คนไม่อาจอยู่ด้วยกันได้

จะทำยังไงดี

ยังไม่หมดมีอีก มีอีก

ถ้าเพื่อนอยู่เคียงข้างกุเพราะไม่รุจะไปไหน

ถ้าเพื่อนมาหากุเพราะไม่รุจะทำอะไร

ถ้าเพื่อนคุยกับกุเพราะมีเรื่องอยากให้ช่วย

ถ้าเพื่อนทำดีกับกุเพราะอยากประชดคนอื่น

ถ้าเพื่อนโทรมาหากุเพราะไม่รุจะคุยกับใคร

ถ้าเพื่อนทำแบบนี้เรียกว่าเป็นเพื่อนที่ดีรึป่าว

เกือบลืม

ถ้าเพื่อนไม่เคยทำอะไรเพื่อกุด้วยความจริงใจเลย

.........

ก้อไม่ต้องสงสัยหรอกนะว่าเป็นใคร

เพื่อนคนนี้อาจจะมีอยู่จริงหรือไม่จริงก้อได้

ก้อลองเดาเอาเองนะ

แต่เชื่อว่าเพื่อนแบบนี่มีอยู่บนโลกนี้อย่างแน่นอน

ใครสามารถให้คำนิยามคำว่า"เพื่อนแท้"ได้บ้าง

อยากรุว่า"เพื่อนแท้"สำหรับคนอื่นๆเป็นยังไง

แต่ถ้าสำหรับกุ"เพื่อนแท้"

คือ คนที่อยู่เคียงข้างกุเวลากุเหงา

คนที่ชวนกุทำแต่สิ่งดีๆและเตือนกุเวลากุทำผิด

คนที่ฟังคำเตือนและยอมรับความหวังดีจากกุ

คนที่ช่วยเหลือกุเวลากุเดือดร้อนและเวลากุเหนื่อย

คนที่เมื่อมีปัญหาก้อจะมาปรึกษากุเป็นคนแรก

และ

คนที่พูดบ่อยๆกับกุว่า

"ไม่เป็นไร ก้อเราเพื่อนกัน"

แค่นี้กุก้อพอใจแล้ว

แต่อาจจะมากไปก้อได้นะ

ตอนนี้กุก้อไม่รุหรอกนะว่าใครเป็นเพื่อนแท้ของกุ

และกุเป็นเพื่อนแท้ของใคร

กุรุแต่ว่าคนที่กุเรียกว่าเพื่อน

กุรักหมดทุกคน

ครั้งนี้ไม่ลงรูปนะ ขี้เกียจ

ถ้าไงก้ออาจจบแล้ว ตอบได้ก้อตอบนะ

<เอ่อ...ตอนนี่กุกำลังอยู่ในอารม Sad อ่ะนะ>

พี กะ เอส

ร้ากกกกกกกกกกกกกก

ครอบครัว

ร้ากกกกกกกกกกกกกก

เพื่อนๆทุกคน

ร้ากกกกกกกกกกกกกกก

...<คนคนหนึ่งที่...>

เรื่องราวที่แบบว่า...

อืม .... แบบว่า


สอบ สอบ สอบ สอบ สอบ สอบ


เป็นอะไรที่น่าเบื่อมากกกกกมายยยยยย

แต่สอบที่ชลชายอ่ะดีหว่ะ ดีกว่าที่ม.ร.ว.อีก

หรือร.ร. หม่อมราชวงศ์ อิอิ...

ล้อเล่น มารีวิทย์ ต่างหาก

ข้อสอบก้อง่ายกว่า สอบเสร็จก้อออกได้เลย

โค-ต-ร ดีเลยยยยยยยยยยย

เฮ้อ!เซ็งหว่ะ ทามงายดีอ่า เป็นอะไรก้อไม่รุพักนี้

ชอบหงุดหงิด เรื่องเล็กๆน้อยๆก้อหงุดหงิด

เมื่อคืนดูบอล เชลซี กะ แมนยู อิอิ...

ชอบ โจ โคล มากมายเลย หล่อ น่ารัก หุ่นดี

ตัดผมทรงสกินเฮด อืม... ดูดีมากมายเลย >_<

แต่ทรงเดิมหล่อกว่า 555+

แต่เรื่องที่น่าเศร้าก้อคือ อิตากล้องบ้า

ถ่ายแต่คนผิวดำอยู่นั่นแหละน่าเบื่อทีโจ โคลนะ

ถ่ายให้เห็นแต่ข้างหลังนานๆทีจะถ่ายที่หน้าเซ็งชิบ

แถม โจ โคลของกุไม่ได้เล่นจนจบ T^T

เพราะเป็นตัวสำรอง แต่ไม่เป็นไร

ยังไงก้อเป็นตัวจริงของกุ โฮะโฮะ..^o^

อิอิ..ล้อเล่น แต่ก้อน่าเสียดายอ่ะ เชลซีแพ้ซะงั้น

รุสึกกุนี่ บ้า นักบอลจัง แต่ว่า บ้า เฉพาะที่

หล่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

อิอิ... ^_^

อยากให้สอบเสร็จเร็วๆจัง อยากรุผล

อยากรุว่าตัวกุเอง โง่ แค่ไหน อิอิ..

<มีคนแบบนี้ด้วยหรอ ?o?>

ใกล้วันเกิดกุแล้วนะ เพื่อนๆ

<ตั้งเดือนกันยาแล้วมันใกล้ตรงไหนฟะ>
 
อย่าลืมของขวัญนะ

ล้อเล่น แค่HBDก้อพอแล้ว อิอิ ^_^


พอและ ไม่อยากแพ่มอะไรมากมาย

พี กะ เอส

ร้ากกกกกกกกกกกกกกก

ครอบครัว

จะถึงวันแม่แล้ว รักแม่กันมากๆนะ<เค้าด้วย>

ร้ากกกกกกกกกกกกกกก

เพื่อนๆทุกคนเลย

ร้ากกกกกกกกกกกกกกก

ตัวเอง

แล้วก้อ ร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

......................<คิดเอาเอง>



สาเหตุของคนฆ่าคน
ฉันยังไม่รู้เลย
แล้วสาเหตุของคนช่วยคนจะมีคำอธิบายตามเหตุและผล
ได้ยังไง



 

(กล่าวโดย...ชินอิจิ)

กุชอบคำพูดนี้ของ ชิอิจิอ่ะ



  


ชอบรูปนี้มากมายเลยอ่ะนะ อิอิ...รัน กับ ชินอิจิ
น่าอิจฉาจัง





เอ่อ...แบบว่ากุกะลัง บ้า...
แล้วก้อ
ชอบ... การ์ตูน เรื่อง
"โคนัน"เอามากมายเลย
แต่ที่จริงกุก้อชอบตั้งนานแล้วแหละ แต่ตอนนี้เยอะกว่าอ่ะ 
ชอบบบ>_<







 

  • Sport Shoes : Where to buy Shoes like running, tennis, nike, adidas
  • Fashion Shoes : Shopping for fashion Shoes like merrel, crocs, MBT
  • Car Seats : Where to buy Britax and Graco car seats
  • Swing systems : Shopping for Swing systems, Playards, Highchair
  • Golf : Shopping for Golf Clubs & Golf Balls
  • Apple iPod : Shopping for New iPod, new iPhone & accessories

dear_vaza